20 กุมภาพันธ์ 2564

 บทบาทหมอลำกับวงละไมหรรษา 


ละไมหรรษา


            หมอลำ คือจุดเริ่มต้นของการทำงานของ ละไมหรรษา ที่มีแนวคิดเดียวกัน คืออยากสร้างสิ่งสวยงามและรักษา วัฒนธรรมรากเหง้าของพวกเราที่เกิดจากหมอลำที่มีความสวยงาม ในลักษณะของภาษา ท่วงทำนอง และเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ โดยได้นำมา ผสมผสานกับริทึ่ม (Rhythm) ที่พวกเราชื่นชอบกันอยู่แล้ว คือแนวดนตรีที่เรียกว่า สกา-เร็กเก้ (Ska-Reggae) เพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดแนวเพลงที่แปลกใหม่ มีความสนุกสนาน ร่าเริง แจ่มใส บอกเล่าเรื่องราวต่าง ของวิถีชีวิตอีสาน และสะท้อนเรื่องราวทางสังคมที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ในอีกมิติใหม่ของการฟังลำจากพวกเรา ละไมหรรษาอีสานเร็กเก้ 


            หมอลำ เป็นมหรสพที่มีความสำคัญมากในภาคอีสาน หมอลำเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวอีสานไม่ว่าจะเป็นประเพณีต่าง พิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตหรือการให้ความบันเทิง หมอลำจึงกาลายเป็นวัฒนธรรมที่แสดงอัตลักษณ์ของชาวอีสานที่ชัดเจนที่สุด หมอลำมีการสืบทอดมาอย่างยาวนาน และมีพัฒนาการด้านต่าง ตามสภาพบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป จนกลายเป็นหมอลำที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน หมอลำจึงเป็นเสมือนดนตรีที่ยังมีชีวิตและพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอหมอลำหมายถึงผู้ที่มีบทบาทในการถ่ายถอดเรื่องราวต่าง เป็นทำนองผ่านการลำคือการเปล่งเสียงในท่วงทำนองต่าง ตามลักษณะของกลอนลำคือบทร้องที่ประพันธ์ขึ้น โดยไม่มีจังหวะตายตัว โดยมีที่มาจากวรรณกรรมพื้นบ้าน นิทาน ชากดก คติสอนใจ คุณธรรม จริยธรรม จารีต ประเพณี ค่านิยม รวมไปถึงความเชื่อต่าง ของผู้คนในท้องถิ่น กลอนลำอาจจะเป็นบทร้องที่สืบทอดกันต่อเนื่องมาตั้งแต่โบราณ หรือเป็นกลอนลำที่ประพันธ์ขึ้นใหม่ก็ได้ (บุษกร บิณฑสันต์ และขำคม พรประสิทธิ์, 2553: 2)

            ลักษณะ ลำและหมอลำ สามารถแยกประเภทออกได้ ดังนี้ ประเภทของหมอลำแบ่งออกเป็น 5 ประเภทคือ หมอลำพื้น หมอลำกลอน หมอลำหมู่ หมอลำเพลิน และ หมอลำผีฟ้า ในแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะในการแสดงที่แตกต่างกันออกไป บ้างใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา บ้างใช้เพื่อบอกกล่าวเล่าข่าว หรือใช้เพื่อความบันเทิงสังสรรค์ ตามวิถีชีวิตของชาวอีสาน กลอนลำที่หมอลำใช้มีทำนองหลักอยู่ 4 ทำนอง ได้แก่ ทำนองทางยาว ทำนองทางสั้น ทำนองลำเต้ย ทำนองลำเพลิน และลักษณะของกลอนลำ จะนิยมใช้ กลอนร่าย กลอนกาพย์ กลอนเญิ้น  

17 กุมภาพันธ์ 2564

อีสานเร็กเก้ : แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงละไมหรรษา [ผมชื่อ "ละไมหรรษา"]

 วงละไมหรรษา


                                                        

ละไมหรรษา 

          วงละไมหรรษาได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี .. 2554 โดยการพบเจอกันที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เนื่องจากพวกเราได้เข้ามาศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในที่เดียวกัน เป็นเพื่อน พี่ น้อง ใน สถาบันเดียวกัน และในขณะที่ยังศึกษาอยู่นั้นวงก็เริ่มรับงานเล่นดนตรีตามร้านอาหาร ผับบาร์ และงานสังสรรค์ทั่วไป โดยรูปแบบของวงตอนนั้นจะได้รับอิทธิพลแรงบรรดาใจทางบทเพลงแนว สกา-เร็กเก้ มาก โดยส่วนตัวของพวกเรานั้นก็รู้สึกหลงไหลและรักแนวเพลงนี้มาก จึงทำให้ตัวตนของ วงละไมหรรษา ในตอนนั้นค่อนข้างชัดเจนในแนวเพลงและรูปแบบของวงมาก ตามกระแสของตลาดดนตรีในประเทศไทยเมื่อย้อนกับไปในช่วงปี .. 2550 ได้มีกลุ่มผู้ฟังแนวเพลง สกา-เร็กเก้ เกิดขึ้นใหม่อย่างหนาแน่นและแพร่หลายในหมู่แวดวงกลุ่มนักฟังเพลงมากมาย และสามารถเข้าไปอยู่ใคอนเสิร์ตมิวสิคเฟสติวัลใหญ่ มากมายในประเทศไทย 

    สมาชิกในการเริ่มทำงานเพลงแรก (พ.ศ.2556 )

นายณฐกร พิมพ์ขวัญ [เฟิร์ส](ร้องนำ)

นายศตวรรต มาไลศรี [บ๊อปบี้](เพอร์คัสชั้น)

นายวีระวัฒน์ ภูมิพิมพ์ [บ๋อม] (เบส)

. ศรันย์. อุ่นสิงหา [อาร์ม] (ทอมโบน)

นายยงยุทธ ภูคำวงค์ [สุดเจ๋ง] (ทรัมเป็ต)

นายศิวกร หนูจันทร์ [ซอส] (กลองชุด)

นายสิทธิศักดิ์ พรมสีแก้ว [ต้า] (อัลโต้แซ็ก)

นายวิชาญ สุดรัมย์ [กะนายน้อย] (กีตาร์)

หลักแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อการสร้างสรรค์ผลงาน

    ซึ่งในตอนนั้นมีแหล่งข้อมูลมากมายที่ทำให้พวกเราได้ซึ่มซาบหลักแนวคิดในการนำมาเป็นแรงในการขับเคลื่อนงานของพวกเรา และนี้ก็คืออีกแหล่งข้อมูลที่ช่วยให้เรามองภาพการทำงานของพวกเรา
          (ป๋าเต็ด ยุทธนา บุญอ้อม) ได้กล่าวไว้ว่า ถ้ามองแง่ธุรกิจ แนวเพลงสกา-เร็กเก้ ยังมีพื้นที่พอสมควร แต่ถ้าเป็นในแง่ของการแสดงนั้นค่อนข้างชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นงานโชว์ในผับ แต่ถ้าเป็นการซื้อขายซีดีก็คงต้องใช้เวลาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในวิทยุเองก็มีการเปิดเพลงแนวนี้บ้าง แต่ไม่ได้มากเท่าเพลงแนวเมนสตรีม ซึ่งก็คงใช้เวลาพอสมควรหากต้องการให้แพร่หลาย โดยส่วนตัวแล้วผมชอบความหลากหลายในวงการเพลงแต่ไหนแต่ไร ฉะนั้นเมื่อ เห็นว่าอะไรที่สามารถจะทำให้เติบโตได้ เราก็อยากมีโอกาสอยากมีส่วนร่วมทำให้เกิดขึ้น เสน่ห์อย่างหนึ่งของดนตรีแนว สกา-เร็กเก้ คือกาดูแบบสด นั้นจะสนุกกว่าฟังจากซีดีและใน 1 ปี ก็มีคอนเสิร์ตที่เรียกว่าให้เลือกดูได้อยู่เป็นประจำตามเทศกาลต่าง อาทิเช่น มหกรรมดนตรีเร็กเก้ เมืองปาย (Pai Reggae Music Festival) จัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี  (Honda Summer Festival หัวหิน) เทศกาลดนตรีฤดูร้อน เป็นเทศกาลดนตรีแนวบอสซาโนวา สกา-เร็กเก้ จัดขึ้นท่ามกลางเสียงคลื่นริมหาด บริเวณเขาตะเกียบ หัวหิน และ (Fat Festival) เทศกาลดนตรีอินดี้ที่จัดขึ้นมาตั้งแต่ 2001 เป็นคอนเสิร์ตที่ขายเทป ซีดี หนัง จากค่ายเพลงและค่ายหนังและศิลปินอิสระจำนวนมาก
           และนี้เป็นจุดที่ทำให้พวกเรา วงละไมหรรษา เกิดแรงบรรดาใจในการสร้างงานของพวกเรา โดยมี คุณแบงค์ อานนท์ ซ้อนพิมาย เป็นโปรดิวเซอร์ผู้นำทีมในการผลิตงานของพวกเรา วงละไมหรรษา ซึ่งได้กล่าวและให้ข้อคิดในการสร้างสรรค์ผลงานว่าหากเราจะสร้างสรรค์งานใหม่ขึ้นมา เราควรนำ วัฒนธรรมรากเหง้าของพวกเรามาสรรค์สร้างให้เกิดผล ด้วยวิถีชีวิตตัวตนในความเป็นตัวของเราเองซึ่งก็ตรงกับแนวพวกเราทุก คนเองนั้นก็เกิดและอยู่ในวิถีชีวิตของคนอีสาน ซึมซับเอาวัฒนธรรมรากเหง้าดนตรีความงามของวิถีอีสานมาอย่างเต็มตัวอยู่แล้ว จึงเป็นการนำเสนอตัวตนของตนเองได้แบบตรงไปตรงมา 

16 กุมภาพันธ์ 2564

อีสานเร็กเก้ : แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงละไมหรรษา [ บทนำ ]

อีสานเร็กเก้ : แนวคิดการสร้างสรรค์ผลงานเพลงของวงละไมหรรษา
Isan Reggae : The Concept of Music Production by LamaiHansa


ละไมหรรษา


     ดนตรีมีวิวัฒนาการมาเป็นเวลาอันยาวนานจนจะกล่าวได้ว่า ดนตรีกับมนุษย์ชาติ นั้นเกิดขึ้นมาพร้อม กัน โดยเริ่มตั้งแต่เสียงการเคาะไม้ เสียงเป่าเขาสัตร์ในสมัยก่อนเรื่อยมาจนถึงเสียงเพลงที่ใช้บรรเลงประกอบพิธีการต่าง และพัฒนามาจนเป็นเพลงที่บรรเลงเพื่อความสนุกสนา เพื่อความงาม เพื่อความรัก เพื่อการสื่อความหมาย เพื่อการต่อสู้และประท้วงเพื่อสะท้อนชีวิตที่เป็นจริงในสังคม (สุทธาสินี เกียรติไพบูลย์, 2533)

       (ลำเนา เอี่ยมสอาด, 2539) ได้ศึกษาไว้ พบว่าแนวเพลงและสไตล์ดนตรีใหม่ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทยนั้น ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมดนตรีมาจากชาติตะวันตก คือ สหรัฐอเมริกา และ อังกฤษ ซึ่งในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้มีการนำเครื่องดนตรีสากลเข้ามาในสังคมไทยเป็นครั้งแรก เพื่อใช้สำหรับการบรรเลงเพลงของวงแตร วงทหาร และ ในเวลาต่อมากลุ่มเชื้อพระวงศ์และนายชั้นสูงเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการรับเอาวัฒนธรรมดนตรีจากตะวันตกเข้ามาเผยแพร่จึงทำให้สังคมไทยในสมัยนั้นเริ่มมีแนวเพลงสะไตส์ดนตรีใหม่ เกิดขึ้น เช่น แนวเพลงคลาสสิค (Classic) มาร์ซ (March) ว้อลซ์ (Waltz) และ แจ๊ซซ์ (Jazz) 

    ปัจจุบันในภาคอีสาน แนวดนตรีต่าง ได้มีการพัฒนาการไปสู่เชิงธุระกิจ และมีความหลากหลายในรูปแบบการนำเสนอมากขึ้นจะเห็นได้จากแนวดนตรีต่าง มีการผสมผสานระหว่างต่างแนวดนตรีที่มากขึ้นเช่น หมอลำกับดนตรีร็อค, หมอลำกับดนตรีเพื่อชีวิต, หมอลำกับดนตรีเร็กเก้ เป็นต้น ซึ่งทำให้แนวดนตรีมีความหลากหลายสร้างแปลกใหม่ให้กับวงการดนตรี วงการบันเทิงของภูมิภาคและขยายไประดับประเทศและระดับนานาชาติ ซึ่งทำให้เห็นถึงการผสมผสานของวัฒนธรรมต่าง บนโลกนี้สามารถเชื่อต่อกันได้อย่างน่าสนใจ

ในเมืองไทยเรามักจะได้ยินคำว่าเร็กเก้พวงติดกับคำว่าสกาที่มักจะเรียกกันว่า สกา-เร็กเก้ หรือ เร็ก-สกา ทำให้บางคนยังสงสัยถึงความแตกต่างของทั้ง 2 คำนี้ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร ในความเป็นจริงแล้วนั้นสกาถือกำเนิดขึ้นมาก่อนเร็กเก้ โดยมีที่มาจากดนตรีพื้นเมืองที่เรียกว่า เมนโต ผสมเข้ากับดนตรีอาร์แอนด์บีทางตะวันออกเฉียงใต้ของอเมริกาเปลี่ยนแปลงจังหวะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นดนตรี (Ska) ต่อมมามีการพัฒนาโดยบีทดนตรีถูกดึงให้ช้าลงและมีการรับอิธิพลของดนตรีร๊อคเข้ามา จึงเรียกว่า ร็อคสเตดี้ (Rocksteady) ต่อมาจึงมาเป็นเร็กเก้ คือ การนำเอาดนตรีร็อคแอนด์โรลมาปรับให้มีลูกเล่นและผสมผสานเข้ากับท่วงทำนองพื้นเมืองของจาไมกา โดยมีจุดเด่นอยู่ที่กลองสไตล์แอฟริกันที่ทำให้จังหวะเคาะกลายเป็นเสน่ห์ของเพลงเร็กเก้ (สุนิสา ผางยอยซ้าย, 2552) 

    ชาติไทยเป็นแหล่งอารยะธรรมแต่โบราณ ซึ่งก่อกำเนิดศิลปวัฒนธรรมอันแสดงออกถึงภูมิปัญญาของมนุษย์ในการรังสรรค์สิ่งอันเป็นมรดกของชาติที่ทรงคุณค่าที่ตอบสนองต่ออารมณ์และความรู้สึกว่าเป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงชาติหรือเผ่าพันธ์ และขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคอีสาน ชุมชนอีสานเป็นชุมที่มีความเจริญรุ่งเรื่องมาตั้งแต่อดีต ในเชิงประวิติศาสตร์จะเห็นได้ว่าอีสานเป็นชุมชนที่มีขนบธรรมเนียมประเพณีและรูปแบบในการดำรงชีวิตค่อนข้างมีแบบแผน โดยเฉพาะกับประเพณีที่สัมพันธ์กับวิถีชีวิตตลอดระยะเวลาสิบสองเดือน ซึ่งนอกจากจะทำให้เกิดขวัญและกำลังใจในการประกอบอาชีพ ยังมีการบันเทิงรื่นเริงต่าง เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยการบันเทิงรื่นเริงนั้นได้มีการคิดทำอุปกรณ์หรือเครื่องดนตรีที่ใช้ในการประกอบจังหวะที่เกิดจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน ดังเช่น การทำโปงลาง แคน พิณ โหวด กลอง เป็นต้น (วีณา วีสเพ็ญ, 2533)

จะเห็นได้ว่า การผสมผสานวัฒนธรรม รากเง้า ต่าง เข้าด้วยกันอย่างมีเหตุผลและหลักการโดยคงองค์ประกอบของแต่ละอย่างไว้อย่างให้มีความสวยงามในลักษณะนั้นไว้ ก่อให้เกิดสิ่งสร้างสรรค์ใหม่ เกิดขึ้นมา และในดนตรีแนวต่าง ก็ได้รับการใช้หลักการเหล่านี้เข้ามาช่วยเพื่อ พัฒนาและสร้างสรรค์ แนวดนตรีใหม่ ขึ้นมา ตามยุคสมัยเทคโนโลยี นั้น ซึ่งกล่าวได้ว่าดนตรีไม่มีที่สิ้นสุด 

วงดนตรีคณะละไมหรรษา [LamaiHansa]

 สวัสดีครับพวกเราวงดนตรีคณะละไมหรรษา [LamaiHansa]


ละไมหรรษา [LamaiHansa]

            “หมอลำ ” คือจุดเริ่มต้นของการทำงาน ของละไมหรรษา ที่มีแนวความคิดเดียวกัน คือ อยากสร้างสิ่งสวยงามและรักษาวัฒธรรมรากเหง้าของพวกเราที่เกิดจาก "หมอลำ" ที่มีความสวยงาม ในลักษณะของภาษา ท่วงทำนอง และเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ โดยได้นำมา ผสมผสานกับ ริทึ่ม (Rhythm) ที่พวกเรามีความชื่นชอบกันอยู่แล้ว คือแนวดนตรีที่เรียกว่า สกา,เร้กเก้ (Ska, Reggae) เพื่อให้เกิดแนวเพลงที่แปลกใหม่ มีความสนุกสนาน ร่าเริงแจ่มใส และบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่เป็น รากเหง้าวัฒธรรมพื้นบ้านของชาวอีสาน ในอีกมิติใหม่ของการฟังลำ จากพวกเราคณะละไมหรรษา "หมอลำเร้กเก้"

สมาชิกวง:

    1. นายณฐกร พิมพ์ขวัญ [เฟิร์ส](ร้องนำ                    6. นายนุพล อิ่มวง [เฟิร์ส น้อย]  (กลองชุด)

    2.  นายศตวรรต มาไลศรี [บ๊อปบี้](เพอร์คัสชั้น)          7. นายพัลลภ ไตรจิตต์ [ติ๊ดตี๋](ทรัมเป็ต)

    3. นายเมธาสิทธิ์ ธัญญะภู [ดุ๊กดิ๊ก](กีตาร์)                   8.นายยงยุทธ ภูคำวงค์ [สุดเจ๋ง] (ทรัมเป็ต)

    4.นายวีระวัฒน์ ภูมิพิมพ์ [บ๋อม] (เบส)                         9.  . ศรันย์. อุ่นสิงหา [อาร์ม] (ทอมโบน)

    5.นายวีรยุทธ สีคุณหลิ่ว [จัสติน](พิณ)                        10.นายสิรวิชญ์ แสบรัมย์  [ดอม](ทอมโบน)


LamaiHansa

       

"Mor Lam" is the starting point of the work of Lamai Hansa band. We have an idea of creating beautiful things and preserving our root of culture, Mor Lam, in the manner of language, melodies, and unique musical instruments. We are proud to bring them to combine with the rhythm that we like (Reggae, Ska) to create a new, fun, cheerful and refreshing music genre in another new dimension of listening to Mor Lam. From us Lamai Hansa, "Mor Lam Reggae".

ละไมหรรษา ผลงานอัลบั้ม Vol. 1

 แทร็กที่ 3 แซ่ [Don't Wash] ถ้ากินหยังแล้วกะล้างนำแหน่ กินแล้วยามใด๋กะเห็นแต่แซ่ มีช้อนคันเดียวมึงกะยังแซ่ คั่นกูเป็นแม่มึงเด้อถืกแซ่...